Warning: mysql_fetch_array() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/vandee/public_html/app_top.php on line 59
ลีลาวดีเพลิง ตอนที่ 16-17
ยินดีตอนรับเข้าสู่ TV MANGO โลกแห่งความสนุก ความบันเทิง สาระความรู้มากมาย เว็บไซต์อันดับ 1 ของประเทศ


ลีลาวดีเพลิง ตอนที่ 16-17


จำนวนผู้ชม: 1179    วันที่โพสต์: 5 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 13:56 น.

ลีลาวดีเพลิง ตอนที่ 16-17 

เมื่อปรมัตถ์ทราบข่าวลิลินอยู่ที่บ้านทิวัตถ์ เขาบุกมาเพื่อรับเธอไปให้พ้นบ้านหลังนี้ที่เขาเรียกว่าขุมนรก ศุภารมย์โกรธจัด มีปากเสียงกับปรมัตถ์ครู่หนึ่งก่อนที่ทิวัตถ์จะให้ลิลินตัดสินใจเองว่าจะอยู่หรือจะไป

ลิลินจำปรมัตถ์ไม่ได้จึงปฏิเสธเขาไป ทิวัตถ์ดีใจ เช่นเดียวกับนพกรที่หมายปองลิลินอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เขาไม่อยากให้ปรมัตถ์มาเหยียบที่นี่อีก

หลังจากปรมัตถ์ผิดหวังกลับไป ศุภารมย์บอกทิวัตถ์ว่าเราน่าจะให้ลิลินไปกับผู้ชายคนนั้น ดูเหมือนเขาจะสนิทกันมาก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่กล้าบุกเข้ามาอาละวาด

“ถึงเขาจะรู้จักกัน ยังไงผมก็จะเป็นคนดูแลเธอเอง”

“ถึงแม้ว่าเขาอาจจะสนิทและไว้ใจกันมากกว่าลูกน่ะเหรอ”

“ตอนนี้ผมเชื่อใจใครไม่ได้อีกแล้วครับแม่”

ทรงพลเพิ่งกลับเข้าบ้านเห็นแม่ลูกหน้าตาเครียดๆ ถามว่ามีอะไรกันหรือเปล่า ทิวัตถ์ปฏิเสธ แล้วนึกได้เรื่องงานศพสิตา เขาอยากไปเย็นนี้ แต่ทรงพลท้วงว่าเราไม่ควรไปเพราะมันอันตราย

“เราไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ครับ” ทิวัตถ์ตอบอย่างมั่นใจ ทุกคนนิ่งไปสักครู่ ก่อนที่ศุภารมย์จะเอ่ยขึ้นว่า

“ก็ดีเหมือนกัน...ฉันว่าเราควรไปแสดงความบริสุทธิ์ใจ ทั้งฉันแล้วก็คุณด้วย”

ทรงพลนิ่งคิดแล้วคล้อยตาม...เย็นนั้นสามคนพ่อแม่ลูกจึงเดินทางไปงานศพสิตาที่วัด โดยทิวัตถ์ที่เป็นห่วงลิลินกำชับให้เธออยู่แต่ในบ้าน ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลต้องรีบโทร.หาเขาทันที

ลิลินรับปาก แต่พอพวกเขาออกจากบ้านไปแล้ว เธอโทร.หาปรมัตถ์และนัดมาเจอที่บ้านทรงพลเพราะกำลังปลอดคน

ที่แท้ลิลินไม่ได้ความจำเสื่อม เธอจำทุกอย่างและทุกคนได้แต่ที่ต้องปกปิดเพราะต้องการเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการตายของศุภิสรา ปรมัตถ์ได้ฟังยิ่งเป็นห่วงเธอที่ต้องเสี่ยงเกินไป

“ถึงจะเสี่ยงยังไงมันก็เป็นทางเดียวที่จะทำให้ลินได้เบาะแสเพิ่มนะมัต”

“แล้วมีใครรู้อีกไหมว่าลินแกล้งความจำเสื่อม”

“มีมัตคนเดียว”

ปรมัตถ์ยิ้มดีใจที่ลิลินไว้ใจเขา แต่แล้วต้องรีบหลบซ่อนตัวเพราะพวกทิวัตถ์กลับบ้านเร็วผิดปกติ เนื่องจากโดนเสี่ยหาญกับกฤษดาผลักไสไม่ให้อยู่ร่วมงานศพสิตา ส่วนวรรณิตที่แอบออกไปหาวาสนาเพื่อบอกว่าเธอจะหย่ากับอนันยช เพราะเวลานี้แม่ตายไม่ต้องใช้เงินอีกแล้ว ปรากฏว่าวาสนาโวยวายว่าคิดอะไรโง่ๆ ถึงจะไม่มีแม่แล้วเงินทองก็ยังต้องกินใช้ทุกวัน

“ไหนจะวันข้างหน้าไม่ว่าแกหรือฉันก็ต้องป่วยกันทุกคน แต่ถ้าแกอยู่กับพ่อวัน แกก็จะมีเงินรักษา มีค่าหยูกค่ายา แล้วไหนจะคนข้างหลังแกอีกล่ะ”

“แต่ณิตไม่อยาก...”

วรรณิตจะดึงดันเพราะอยู่ไปก็ไม่สบายใจ วาสนาโกรธใหญ่ แต่ไม่ทันจะพล่ามอะไรต่อ วรรณิตมีอาการขย้อนเหมือนจะอาเจียนวิ่งเข้าห้องน้ำ วาสนาฉุกคิดและซักถามจนแน่ใจว่าเป็นอาการของคนแพ้ท้อง วรรณิตใจหล่นวูบ มองท้องตัวเองด้วยความรู้สึกสับสน ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรกับชีวิตตัวเองต่อไป

ooooooo

เช้าวันถัดมา นพกรดักเจอลิลินในสวน เขาพยายามตีสนิทแต่เธอคิดว่าเลี่ยงดีกว่า จึงแค่ทักทายประสาคนร่วมชายคาแล้วเดินหนี

ลิลินเดินมาหยุดตรงจุดที่ศุภิสราตกระเบียงลงมาเมื่อ 15 ปีก่อน ตอนนั้นเธอยังเด็กแต่ก็จดจำอะไรได้ทุกอย่าง เธอโดนสาวใช้ชื่อเจี๊ยบดุที่เก็บดอกลีลาวดี

แถมด่าไปถึงพ่อป้องของเธอว่าเป็นชู้กับคุณผู้หญิง...

จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงในบ้านเอะอะเพราะศุภิสราตกจากระเบียง

นึกถึงเจี๊ยบแล้วลิลินเชื่อว่าคืนนั้นเธอน่าจะรู้เห็นอะไรบ้าง...ลิลินรีบโทร.นัดเจอปรมัตถ์ที่โรงแรมของศักดิ์สิทธิ์ก่อนจะมาขอร้องทิวัตถ์ให้พาไป อ้างที่เขาเคยบอกว่าเธอเป็นนักร้องอยู่ที่นั่น ถ้าได้ไปเผื่อความทรงจำของเธอจะกลับมา

เมื่อไปถึงโรงแรม ลิลินแสร้งทำเหมือนไม่คุ้นแต่อยากอยู่คนเดียวเพื่อทบทวน ทิวัตถ์จึงแยกไปคุยกับศักดิ์สิทธิ์ พอดีรายนั้นอยู่กับวิชนี ท่าทางกะหนุงกะหนิงจนทิวัตถ์แอบอิจฉา พอวิชนีรู้ว่าลิลินมาก็ดีใจรีบไปหา แต่กลับไม่เจอตัวเธอในผับ

ลิลินแอบไปคุยกับปรมัตถ์หลังโรงแรม บอกว่าเธอได้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องสาวใช้ชื่อเจี๊ยบ

“สาวใช้เก่าเหรอ”

“ใช่ ลินเพิ่งนึกออกว่าวันที่แม่คุณวินตาย เธอก็อยู่ที่บ้านด้วย แต่ที่น่าสงสัยก็คือเจี๊ยบก็หายไปจากบ้าน”

“ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าคนชื่อเจี๊ยบต้องรู้อะไรสักอย่างแน่”

ลิลินพยักหน้าเห็นด้วย...ด้านวิชนีที่ตามหาลิลินไม่พบ เธอไปบอกทิวัตถ์กับศักดิ์สิทธิ์ สองหนุ่มจึงมาสมทบ แล้วทิวัตถ์ก็เห็นประตูห้องด้านข้างเปิดอยู่ หรือว่าลิลินจะออกไปทางนี้!

ปรมัตถ์กับลิลินยังคุยกันอยู่หลังโรงแรม ปรมัตถ์แสดงความหนักใจเรื่องการตามหาสาวใช้ชื่อเจี๊ยบ จะรู้ได้ยังไงว่าเธออยู่ไหน

“คนที่น่าจะยังมีข้อมูลทั้งหมดรวมถึงที่อยู่ของเจี๊ยบด้วยคงจะมีแค่คนเดียว”

“ใคร?”

“ผู้กำกับทรงเผ่า”

“ทรงเผ่า...จอมโวยวายที่มัตเห็นในงานแต่งคุณวันนั่นน่ะเหรอ”

“ใช่...เพราะผู้กำกับทรงเผ่าคือคนที่ทำคดีนี้ในอดีต เพราะฉะนั้นผู้กำกับต้องมีข้อมูลของทุกคน”

“งั้นถ้าได้เรื่องยังไงมัตจะติดต่อลินไปนะ”

“เดี๋ยวลินโทร.หามัตเองดีกว่า ตอนนี้ลินอยู่ในบ้านนั้นมันไม่ค่อยสะดวก”

“ได้...แต่ลินต้องระวังตัวด้วยนะ”

“มัตก็ระวังด้วยนะ”

สองคนแสดงความห่วงใยต่อกัน...ทันทีที่ปรมัตถ์ผละไป เสียงทิวัตถ์ดังขึ้นจนลิลินสะดุ้ง

“นี่มันเรื่องอะไรกัน”

“คุณ!!” ลิลินตกใจอุทานหน้าตาตื่น!

ooooooo

วรรณิตกลุ้มใจเมื่อทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์จริงอย่างที่วาสนาบอก เธอยังคิดอ่านไม่ออกว่าจะทำยังไงต่อไป

การอยู่กับอนันยชไม่ได้ทำให้เธอมีความสุขเพราะทั้งคู่ไม่มีความสมดุลในเรื่องเพศ และนับวันอนันยชก็ยิ่งแสดงออกด้วยการโมโหฉุนเฉียว พูดแขวะเธอเป็นประจำ หนำซ้ำวันนี้เขายังพาหญิงอื่นมาที่บ้านเพื่อหาความสุขต่อหน้าเธอซึ่งเป็นเมียถูกต้องตามกฎหมาย

วรรณิตทนไม่ได้ มีปากเสียงกับหญิงคนนั้นจนถึงขั้นตบตีกัน แทนที่อนันยชจะห้าม เขากลับตบหน้าเธอก่อนไล่ออกจากห้องไปยืนร้องไห้อย่างเจ็บช้ำและเจ็บใจ

ด้านทิวัตถ์ที่ล่วงรู้ว่าลิลินไม่ได้ความจำเสื่อม แรกรู้เขาโกรธเธอเหมือนกัน แต่พอฟังเหตุผลของเธอ ความโกรธก็มลายหายไปในพริบตา เหลือแต่ความรักและสงสารคงเดิม

ลิลินบอกเขาว่าถ้าเธอไม่แกล้งความจำเสื่อมเธอคงถูกศัลย์ฆ่าไปแล้ว และเธอก็มั่นใจด้วยว่าศัลย์เป็นคนตัดสายเบรกรถวิทยาเพราะก่อนหน้านี้เธอเห็นเขามาป้วนเปี้ยนแถวบ้าน แล้วพอเธอเข้าโรงพยาบาลศัลย์ก็ยังมาหาซึ่งทิวัตถ์ก็เห็นกับตาที่เจอกันในห้องพักฟื้นของเธอ

ทิวัตถ์คิดทบทวนทุกอย่างตามที่ลิลินบอกแล้วคล้อยตาม ระหว่างนั้นทั้งคู่แวะที่ปั๊มน้ำมัน ไม่คิดว่าจะเจอกฤษดากับลูกน้องที่เตรียมตัวไปงานศพสิตาที่วัด การเจอกันของสองฝ่ายมีปัญหาแน่นอน เพราะกฤษดาฝังใจว่าทิวัตถ์ฆ่าสิตา จึงยิงปืนขึ้นฟ้าเชิงขู่โดยไม่สนสายตาของผู้คนในบริเวณนั้น

ลิลินใจคอไม่ดีเพราะดูแล้วกฤษดาบ้าระห่ำ เขาต้องเอาชีวิตทิวัตถ์แน่ถ้าไม่บังเอิญมีตำรวจสายตรวจผ่านมา กฤษดากับลูกน้องรีบหนีไป แต่เรื่องนี้ศัลย์ไม่ปล่อยผ่าน มาดำเนินการด้วยตัวเองพร้อมกับโทร.บอกศุภารมย์

ศุภารมย์กับทรงพลรีบเดินทางมาโดยเร็ว ศัลย์รายงานว่าพยานในที่เกิดเหตุกับภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นชัดว่าเป็นฝีมือกฤษดากับลูกน้อง ทรงพลเห็นลูกชายไม่เป็นอะไร จึงให้พาลิลินกลับบ้านก่อน พ่อกับแม่จะจัดการเรื่องนี้เอง

แต่กลายเป็นว่าศัลย์ขอจัดการเสี่ยหาญกับกฤษดาในคืนนั้นด้วยการวิสามัญสองพ่อลูกอ้างว่าเขาขัดขืนการจับกุม ทรงพลเครียดมากกับเหตุการณ์ครั้งนี้ นับวันมีคนตายเพิ่มมากขึ้นทุกที...

ความพยายามของปรมัตถ์สัมฤทธิผลหลังพยายามตามหาทรงเผ่าอยู่สองวัน ทรงเผ่าติดเหล้างอมแงม เห็นแก่เหล้านอกที่ปรมัตถ์นำมาให้ก็เลยเล่าว่าคดีฆาตกรรมศุภิสราเมื่อ 15 ปีก่อน ตนนำมาเขียนเป็นนิยายเก็บไว้ ซึ่งในนิยายมีข้อมูลของสาวใช้ชื่อเจี๊ยบว่าอยู่ที่ไหน

การตายของเสี่ยหาญกับกฤษดาทำให้ทรงพลร้อนรุ่มกลุ้มใจถึงกับระเบิดอารมณ์กับศุภารมย์ โดยที่เขาไม่รู้ว่าศัลย์แอบฟังอยู่ในมุมมืดยามค่ำคืน

“ผมไม่ชอบที่รองฯศัลย์ทำอย่างนี้ ถ้าเราปล่อยให้ รองฯทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ แล้วเมื่อไหร่มือเราจะหลุดพ้นจากเรื่องพวกนี้สักที ผมว่าเราควรจะเลิกใช้รองฯทำงานได้แล้ว”

“คุณคิดว่ามันจะง่ายอย่างที่คิดงั้นเหรอคะ”

“หรือคุณจะปล่อยให้รองฯทำแบบนี้ต่อไป แต่ผมคงยอมไม่ได้”

“แต่ยังไงรองฯก็ยังมีประโยชน์กับเรา”

“มีประโยชน์หรือจะเก็บเอาไว้เพื่อบริหารเสน่ห์ของคุณกันแน่”

“นี่คุณ...ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากคุณ”

“คิดว่าผมดูไม่ออกเหรอว่ามันคิดอะไรกับคุณ”

“อย่าเอาตัวเองมาเป็นบรรทัดฐานว่าคนอื่นต้องทำตามสิคะ เพราะฉันกับรองฯยังไงก็คงไม่เหมือนคุณกับกานดา เขาก็รู้กันทั่วบริษัทว่ากานดาคิดอะไรกับคุณ”

ทรงพลถอนหายใจสะกดอารมณ์โกรธไว้ “เอาเถอะ ผมคงไปห้ามความคิดของใครไม่ได้ แต่ที่ผมเตือนคุณ เพราะหวังดี แต่ถ้าคุณคิดจะเลี้ยงงูพิษอย่างรองฯศัลย์ไว้ก็เชิญ”

ศุภารมย์นิ่งไปอย่างเครียดๆ ศัลย์ที่ซ่อนตัวฟังอยู่มองตามทรงพลที่เดินออกไปด้วยความแค้น

คืนนั้นทรงพลตัดสินใจไปหากานดาที่บ้าน ศัลย์แอบตามมาและซุ่มจับตาดูพร้อมฟังการสนทนาทั้งคู่อยู่เงียบๆ

“คุณพลมีเรื่องไม่สบายใจอะไรเหรอคะ”

“เรื่องรองฯศัลย์ ผมรู้ว่าเขารับใช้ผมมานาน แต่ผมก็รู้ว่าคนอย่างรองฯศัลย์ไม่ได้อยู่เพราะเงิน เขาอยู่เพราะอยากใกล้ชิดกับคุณต่าย”

กานดาฟังแล้วอึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง “แต่ผมไม่กลัวว่าสองคนนั้นจะมีสัมพันธ์อะไรกันหรอกนะ เพราะผมรู้ว่ายังไงคุณต่ายก็ยังรักผม และผมก็ยังรักเธอ แต่ตอนนี้รองฯศัลย์เหมือนหมาบ้า เขาแทบจะฆ่าทุกคนที่คิดว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้กับคุณต่าย”

“แล้วคุณจะทำยังไงคะ รองฯศัลย์เองก็กุมความลับของครอบครัวคุณไว้หลายเรื่อง”

“ผมคงต้องยอมให้มือเปื้อนเลือดอีกครั้ง...ก่อนที่อะไรมันจะสายเกินไป”

ยิ่งฟังกานดาก็ยิ่งเครียด...แต่ศัลย์ที่แอบฟังแค้นมากขึ้น แล้วฉวยโอกาสตอนทรงพลออกจากบ้านสังหาร กานดาอย่างเลือดเย็น ทรงพลลืมโทรศัพท์มือถือเอาไว้กลับมาเจอศพเธอ ตกใจแทบช็อก

ทรงพลหายไปทั้งคืน ศุภารมย์กระวนกระวายโทร.หาแต่ติดต่อไม่ได้ อนันยชก็ไม่กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืน ส่วนวรรณิตออกไปแต่เช้าบอกว่าไปงานศพญาติห่างๆที่เพิ่งเสีย เหลือแต่ทิวัตถ์กับลิลิน แต่อีกเดี๋ยวทิวัตถ์ก็จะพาเธอไปพบหมอเช็กอาการอีกครั้ง

ทิวัตถ์ไม่ยอมบอกความจริงกับใครว่าลิลินปกติดีไม่ได้ความจำเสื่อม นี่เองทำให้ลิลินซาบซึ้งและมีใจให้เขามากขึ้นกว่าเดิม...ด้านศักดิ์สิทธิ์กับวิชนีที่รักลงตัว ฝ่ายชายจะขายโรงแรมแล้วนำเงินไปเปิดร้านหมูกระทะ แต่แฟนสาวไม่เห็นด้วย และยิ่งคัดค้านเมื่อได้พบกับนายสุชาติที่จะซื้อโรงแรมแต่พูดจาปากเสียไม่ใช่เล่น

ศุภารมย์ยังเพียรโทร.หาทรงพลทั้งมือถือและที่บริษัท แต่ไม่สามารถติดต่อได้สักช่องทาง จนกระทั่งศัลย์มาที่บ้านเอารูปถ่ายขณะทรงพลไปหากานดาที่บ้านให้ดู เธอโมโหมากเร่งศัลย์ให้เล่ารายละเอียดมา

“คุณพลแอบไปหากานดาเมื่อคืน...ผมขอโทษ...แต่ที่ผมต้องตามดูคุณพลเพราะผมเกรงว่าคุณพลจะนอกใจคุณต่าย แล้วพอผมตามไปมันก็เป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆ”

“งั้นตอนนี้คุณพลก็อยู่กับเธอใช่ไหม”

“คงไม่ใช่ เพราะผมกำจัดหนามยอกอกนั่นให้คุณต่ายแล้ว”

“หมายความว่าไง” ศุภารมย์ถามเสียงหลง

“ผมฆ่านังนั่นไปแล้ว ต่อไปนี้คุณก็จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องของเธอกับคุณพลอีกต่อไป”

ศุภารมย์หงุดหงิดต่อว่าศัลย์ทำนอกเหนือคำสั่ง ศัลย์ฟังแล้วเริ่มน้อยใจ บอกว่าตนทำทุกอย่างไปก็เพื่อเธอ ศุภารมย์สังเกตเห็นศัลย์แปลกไป ตะล่อมถามถึงทรงพลว่าตอนนี้เขาอยู่ไหน

“คุณต่ายจะไปสนใจมันอีกทำไม ในเมื่อมันไม่ได้รักคุณ ผมต่างหากที่รักคุณ”

ศุภารมย์ผงะ ศัลย์เดินมาจับมือ เธอตกใจสะบัดมือออก ถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่าเขาคิดจะทำอะไร

“ป่านนี้แล้ว...คุณต่ายไม่รู้เลยหรือไงว่าที่ผมคอยรับใช้คุณมาตลอดก็เพราะผมรักคุณ”

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ” คำพูดของศุภารมย์ไม่เป็นผล ศัลย์ทำเหมือนไม่ได้ยิน เอาแต่ระบายความในใจของตนเอง

“แล้วคุณต่ายรู้ไหมว่าผมต้องปวดใจแค่ไหนเมื่อเห็นคุณต้องเสียใจ แต่มันกลับไม่สนใจไยดีคุณเลย” พูดแล้วเขาดึงเธอเข้ามากอดเว้าวอน “อยู่กับผมนะ ผมดูแลคุณได้”

“ปล่อย...ฉันจะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น” ศุภารมย์ขัดขืนและพยายามจะหนีออกจากห้องทำงาน แต่เขาไม่ฟัง ดึงเธอมากอดอีก ประกาศว่าเขาจะไม่ยอมเสียเธอไป

ศุภารมย์หมดความอดทน คว้าแจกันบนโต๊ะฟาดหัวศัลย์เต็มแรงก่อนจะวิ่งไปที่ประตู จังหวะนั้นอนันยชซึ่งเมาค้างกลับเข้าบ้านได้ยินเสียงเหมือนของตกแตกในห้องทำงานรีบตรงดิ่งไปทันที

ศัลย์หัวแตกเลือกอาบตามมากระชากศุภารมย์ แล้วบีบคอ อนันยชวิ่งมาเคาะประตูเรียกแม่ พอได้ยินเสียงแม่ร้องขอความช่วยเหลือก็รีบพังประตูเข้าไป แล้วชกต่อยศัลย์อุตลุด แต่ก็โดนศัลย์สวนกลับหลายหมัดจนร่างทรุด ลงกับพื้น

“หยุดนะ!! ห้ามทำอะไรลูกฉันเด็ดขาด”

“ถึงมันอยู่ไปก็คอยสร้างแต่ปัญหาให้เรา”

ศุภารมย์น้ำตาคลอ เกาะขาศัลย์ขอร้องไม่ให้ทำอะไรลูกชายของตน ศัลย์เห็นน้ำตาของเธอก็เริ่มใจอ่อนจะปลอบใจ ทันใดอนันยชคว้ากรรไกรจ้วงแทงคอศัลย์จนเลือดทะลักแล้วขึ้นคร่อมระดมหมัดต่อยไม่ยั้งจนเขาแน่นิ่งตายคามือ

“พอแล้ววัน...วัน!!!” ศุภารมย์กรีดร้องอย่างตื่นตระหนก

ooooooo

หลังจากพาสุชาติชมโรงแรมทั่วทุกซอกมุม ศักดิ์สิทธิ์คิดว่าเขาจะยอมซื้อในราคาที่ตกลงกันไว้ กลายเป็นว่าเขาต่อรองลดลงอีก แล้วจะทุบทิ้งทำเป็นคอมมูนิตี้มอลล์

“คงลดไม่ได้แล้วจริงๆครับ นี่ผมก็ให้ราคาพิเศษแล้วสำหรับคุณสุชาติ”

“พิเศษ? แพงเป็นพิเศษน่ะสิ ถ้าผมจะซื้อไปทุบทิ้งแล้วทำใหม่ ราคานี้ก็ถือว่าแพงไปอยู่ดี...แต่ก็เอาเถอะ ไหนๆก็ลดไม่ได้แล้วใช่ไหม งั้นคุณก็จัดการเรื่องไล่พนักงานออกกับเงินค่าชดเชยให้เรียบร้อยแล้วกัน”

ศักดิ์สิทธิ์เหวอ แต่ก็รีบรับคำเพราะกลัวเขาเปลี่ยนใจ “ไม่เป็นปัญหาครับ”

“โอเค งั้นตามนี้นะ”

“ได้ครับ”

สุชาติพอใจเดินยิ้มออกไป วิชนีสวนเข้ามาราวพายุ เสียงดังใส่ศักดิ์สิทธิ์อย่างฉุนเฉียว

“ห้ามขายเด็ดขาด นายไม่ได้ยินเหรอว่าเขาจะทุบทิ้ง”

“ฉันจะขาย...ฉันตัดสินใจแล้ว”

ศักดิ์สิทธิ์เสียงแข็งแล้วเดินหนี วิชนีตามดักหน้า ปกติเห็นท่าไม่ดีพยายามจะไกล่เกลี่ยแต่ไม่มีช่องไฟให้ได้แทรก

“ถ้านายขาย นายไม่คิดบ้างหรือไงว่าจะมีพนักงานกี่คนต้องตกงาน”

“ไม่สน!” ศักดิ์สิทธิ์สวนทันควันจนวิชนีชะงักไปอย่างหงุดหงิด ปกติเห็นแล้วหนักใจแทนทั้งคู่จริงๆ

ooooooo

ฝ่ายทิวัตถ์กับลิลินที่บอกคนในบ้านว่าออกไปหาหมอ ความจริงลิลินพาเขามาคุยเรื่องสาวใช้ชื่อเจี๊ยบ พร้อมกันนี้ก็นัดเจอปรมัตถ์ด้วย

เมื่อสองหนุ่มเผชิญหน้า ปรมัตถ์เขม่นทิวัตถ์แต่ลิลินรีบบอกว่าตอนนี้เขาเป็นพวกเดียวกับเรา เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ครอบครัวของเขาทำ และเขาก็อยากรู้ความจริงเหมือนกัน

ปรมัตถ์รับฟังแต่ยังไม่ไว้ใจทิวัตถ์อยู่ดี แต่พลันทุกคนต้องยุติ สายตาจับจ้องไปที่จอทีวีพร้อมกัน นักข่าวรายงานเหตุการณ์เพลิงไหม้ชุมชนที่ทรงเผ่าอยู่ ทั้งสามคนรีบเดินทางไปดูและทราบจากตำรวจว่าบ้านทรงเผ่าโดนด้วย เขาเมาไม่รู้เรื่องโดนไฟคลอกตายในกองเพลิง...

แต่ทุกคนไม่รู้ว่ามือเพลิงคือนพกรที่มาคาดคั้นทรงเผ่าเพราะต้องการล้วงความลับของพวกทรงพล

ปรมัตถ์รู้สึกผิดที่ซื้อเหล้ามาให้ทรงเผ่า ถ้าเขาไม่เมาก็คงไม่เป็นอย่างนี้ ลิลินปลอบใจเพื่อนรุ่นพี่ว่าอย่าโทษตัวเอง ส่วนทิวัตถ์หนักใจว่าจะทำยังไงต่อ ตอนนี้คนที่มีเบาะแสเรื่องเจี๊ยบไม่อยู่แล้ว

“แต่ก่อนผู้กำกับจะเมาจนหลับไป เขาบอกมัตว่าเจี๊ยบอยู่ที่บ้านหวาย”

“บ้านหวาย แล้วเราจะไปบ้านหวายยังไง”

“ผมกับคุณไปไม่ได้แน่ๆ ไม่อย่างนั้นทุกคนต้องสงสัย”

“มัตไปเอง” ปรมัตถ์อาสา และขอให้ลิลินดูแลตัวเองดีๆ ถ้ามีใครทำอะไรให้รีบบอกเขาทันที

เมื่อปรมัตถ์ไปแล้ว ทิวัตถ์แสดงท่าทีงอนๆ พูดจากระแนะกระแหนลิลินว่าท่าทางเธอกับปรมัตถ์สนิทกันจัง ลิลินยอมรับว่าสนิทจริง เขาเป็นเหมือนพี่ชายที่คอยดูแลเธอตอนที่ยังอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

ทิวัตถ์ฟังแล้วสบายใจ แต่ไม่ทันไรก็มีเรื่องตกใจเกิดขึ้นอีก ทรงพลโทร.มาบอกว่าเกิดเรื่องที่บ้าน ให้เขารีบกลับมาโดยเร็ว จากนั้นทรงพลติดต่อขอความช่วยเหลือจากตำรวจนายหนึ่งให้ทำคดีนี้ หากสำเร็จด้วยดีจะตอบแทนให้อย่างงาม

ลิลินอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถูกศุภารมย์กีดกันทางอ้อมให้เธอไปพักผ่อน แต่เพราะความอยากรู้ทำให้เธอไม่ไปไหนไกล แอบฟังพวกเขาคุยกันอยู่มุมหนึ่ง

ทรงพลบอกทิวัตถ์ว่าศัลย์ทำร้ายศุภารมย์ โชคดีที่อนันยชได้ยินจึงเข้ามาช่วย แต่พลั้งมือฆ่าศัลย์ตาย ลิลินตกใจแล้วรีบหลบเมื่อป้าจวนเดินผ่านไปรายงานเจ้านายว่าให้เด็กทำความสะอาดห้องเกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว

“อย่าลืมกำชับทุกคนด้วยว่าห้ามพูดถึงเรื่องวันนี้อีกเด็ดขาด”

“ค่ะคุณท่าน จวนทราบค่ะว่าต้องทำยังไง”

“เรื่องใหญ่อย่างนี้คุณพ่อจะทำยังไงครับ”

“ไม่ต้องห่วง พ่อจัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ขอแค่ทุกคนไม่พูดถึงเรื่องวันนี้อีก เข้าใจนะ...ส่วนวันพักนี้น้าขอให้อยู่แต่ในบ้านก่อน รอให้เรื่องเงียบ...เข้าใจที่น้าพูดใช่ไหม”

“ครับ” อนันยชตอบรับหน้าสลด ขณะที่ทิวัตถ์ค่อนข้างอึ้งกับท่าทีของพ่อที่ดูจะจัดการอะไรได้อย่างลงตัว แม้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

ทิวัตถ์ไม่พูดอะไรอีก ชำเลืองมองไปทางลิลินที่ยืนหลบมุม...แล้วอีกครู่ต่อมา สองคนก็ออกมาเผชิญหน้ากันตามลำพัง

“คุณรู้เรื่องรองฯศัลย์แล้วใช่ไหม”

ลิลินพยักหน้าแทนคำตอบ ทิวัตถ์ถามต่อไปว่า

“แล้วคุณคิดยังไงกับเรื่องนี้”

“ถึงรองฯศัลย์จะฆ่าคนที่ฉันรักไปหลายคน แต่สิ่งที่เขาสมควรได้รับคือการได้รับโทษ ไม่ใช่ความตาย”

พูดแล้วลิลินหน้าเครียด ทิวัตถ์เห็นด้วยและรู้สึกดีกับทัศนคติของเธอ

“แต่ที่ฉันสงสัยคือการกระทำของพ่อคุณที่ดูเหมือนจะรู้ว่าต้องทำอะไรเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”

“หมายความว่าไง”

ลิลินนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจพูดมันออกมา “ถ้าวันนั้นเมื่อ 15 ปีก่อน...พ่อคุณก็ทำแบบเดียวกันนี้ล่ะ”

ทิวัตถ์ชะงัก คิดเห็นในทางเดียวกับลิลินแต่ไม่แสดงออก ในขณะที่ลิลินแววตาฉายแววความมั่นใจ คิดว่าสาวใช้ชื่อเจี๊ยบต้องรู้เรื่องนี้อย่างแน่นอน 

ตอนที่ 17 

เพราะอยากได้เงินก้อนใหญ่จากครอบครัว ทรงพล นพกรเขียนข้อความถึงสองสามีภรรยาในนามเจี๊ยบสาวใช้ที่ล่วงรู้ความลับที่ทั้งคู่ต้องการปกปิด

ศุภารมย์ได้รับจดหมายนั้นแล้วนำมาส่งต่อให้ทรงพลโดยที่ไม่เห็นว่าลิลินจับจ้องมองอยู่ด้วยความสงสัย

“เงินห้าล้าน...แลกกับหลักฐานที่จะทำให้พวกแกติดคุก”

ลิลินหูผึ่ง ได้ยินทรงพลอ่านข้อความนั้น แถมยังพูดถึงคนชื่อเจี๊ยบอย่างจำไม่ได้ แต่ศุภารมย์จำแม่นอย่างแน่นอน บอกทรงพลว่าเจี๊ยบคือสาวใช้ที่เราไล่ออกไปหลังจากเกิดเรื่องศุภิสรา ทรงพลนึกไม่นานก็ร้องอ๋อ แต่ไม่เชื่อว่าเด็กคนนั้นจะทำแบบนี้ได้

“ตอนนี้ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ”

“แต่เด็กนั่นหายไปนานแล้วนะ ทำไมจู่ๆ ถึงขู่จะเอาความลับจากผู้กำกับมาแลกกับเงินตอนนี้นะ”

“หรือเธอจะรู้ว่ารองฯ ศัลย์ตายแล้ว...เลยไม่ต้องกังวลเรื่องตำรวจที่จะคอยจับตาเธอเป็นพิเศษ”

“อาจจะเป็นไปได้ ไม่อย่างนั้นผมว่าเธอคงไม่กล้าทำแบบนี้...แล้วคุณจะทำยังไง”

“ในเมื่อมันต้องการเงิน เราก็จะให้เงินมัน เท่าไหร่ก็ต้องยอมแลก”

ลิลินได้ยินทุกคำ แล้วลุกลี้ลุกลนไปบอกทิวัตถ์ว่าเธอเห็นกับตานพกรเอาจดหมายของเจี๊ยบเข้ามาส่งถึงมือศุภารมย์

“แล้วฉันก็ได้ยินพ่อกับแม่คุณคุยกันว่าเจี๊ยบถูกพ่อแม่คุณไล่ออกหลังจากเกิดเรื่องจริงๆ แล้วก็หายไปนาน เพิ่งจะติดต่อมาหลังจากที่รองฯ ศัลย์ตาย”

“แล้วคุณรู้ไหมว่าเธอส่งจดหมายมาทำไม”

“เธอต้องการเงินห้าล้าน เพื่อแลกกับหลักฐานที่จะทำลายครอบครัวคุณ”

ทิวัตถ์ฟังแล้วอึ้ง...จากนั้นลิลินโทร.หาปรมัตถ์

ที่กำลังพยายามตามตัวเจี๊ยบอยู่ที่บ้านหวาย บอกให้รู้ว่าเมื่อเช้าเจี๊ยบส่งจดหมายถึงศุภารมย์ เธอต้องการให้เขาเร่งมือเพราะหลักฐานชิ้นเดียวตอนนี้อยู่ในมือเจี๊ยบ เราต้องได้ก่อนที่เจี๊ยบจะมอบให้ศุภารมย์ ปรมัตถ์จึงรับปากจะหาเจี๊ยบให้เจอโดยเร็ว

วันเดียวกัน วาสนามาที่บ้านทรงพลและทำท่าจะบอกเรื่องวรรณิตท้องกับอนันยช แต่วรรณิตคอยขัดเพราะเธอยังตั้งใจจะหย่ากับเขาให้ได้...วาสนาเปลี่ยนความสนใจมาเรื่องสร้อยเพชรที่ล่วงรู้ว่าวรรณิตขายเปลี่ยนเป็นเงินไปแล้ว ซึ่งเธอต้องการส่วนแบ่งแต่วรรณิตมีข้อแม้จะให้ก็ต่อเมื่อยายต้องยอมให้เธอหย่ากับอนันยช

เท่านั้นเอง! วาสนาอารมณ์เสียกระแทกเสียงด่าวรรณิต “นังโง่...แกยังไม่เลิกคิดเรื่องนี้อีกเหรอ”

“ที่ผ่านมาณิตยอมแต่งกับคุณวันเพราะต้องการเงินไปรักษาแม่...แต่ตอนนี้ณิตคงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว”

“แกคิดอะไรของแก แต่งแล้วก็แต่งเลยสิ ทำอย่างนี้แล้วแกจะได้อะไร”

“อิสรภาพไงคะ ทั้งทางกายแล้วก็ทางใจ”

“ยังไงฉันไม่เห็นด้วยหรอก อย่างน้อยที่นี่ก็เป็นบ่อเงินบ่อทองขนาดย่อมของแก”

“ของณิตหรือของยายกันแน่คะ”

“ยัยณิต...แกอย่าทำอะไรโง่ๆนะ”

“งั้นแสดงว่ายายไม่ต้องการเงินก้อนนี้ เอาเถอะค่ะ ถึงยายไม่รับมัน ณิตก็ต้องหาทางหย่าอยู่ดี”

วรรณิตกล่าวจริงจัง วาสนาเห็นท่าไม่ดีรีบฉกเงินจำนวนหนึ่งจากมือเธอ คันปากอยากด่าอีกแต่ยั้งไว้ ถามน้ำเสียงเคืองๆว่า “แล้วนี่แกจะบอกแม่ต่ายเมื่อไหร่”

“ยายไม่ต้องห่วง เดี๋ยวณิตหาทางบอกเอง”

วาสนาฟังแล้วหน้าตูม เซ็งในอารมณ์เพราะไม่ได้ด่ังใจ

ooooooo

ศุภารมย์เบิกเงินที่ธนาคารเพื่อจะนำไปให้เจี๊ยบตามข้อเรียกร้องในจดหมายที่ส่งมา แต่ไม่นึกว่าจะเจอรุ่งทิพย์คนคุ้นเคยที่ชอบเพชรนิลจินดาประสาคนมีสตางค์เหมือนกัน

วันนี้รุ่งทิพย์ใส่สร้อยเพชรสะดุดตาจนศุภารมย์ต้องเพ่งมองและอยากรู้ว่าได้มายังไง?

เมื่อได้คำตอบแล้วศุภารมย์กลับมาที่บ้าน เจอวรรณิตกำลังวิงเวียนหน้ามืดโดยมีลิลินช่วยประคองลงบันได ศุภารมย์ไม่ได้สนใจอาการลูกสะใภ้แต่อยากรู้ว่าสร้อยเพชรที่เป็นของขวัญวันแต่งงานไปอยู่ที่รุ่งทิพย์เจ้าของร้านจิวเวลรี่ในเมืองได้ยังไง

วรรณิตใจหายวาบแต่พยายามปั้นหน้าเรียบนิ่งไม่ส่อพิรุธ แต่พอศุภารมย์ขอดูสร้อยก็หน้าเจื่อนเดินเลี่ยงขึ้นข้างบนไปทั้งที่ใจหวาดหวั่น ก่อนจะกลับลงมาหน้าตาตื่นบอกว่าสร้อยหายไป

ศุภารมย์กำลังสงสัยลิลินอยู่พอดี ได้ยินอย่างนั้นก็คาดคั้นเธอเป็นการใหญ่ต่อหน้าทิวัตถ์ อ้างรุ่งทิพย์บอกว่าคนที่เป็นนักร้องเอาสร้อยเส้นนี้มาขายให้

“แต่ผมว่าไม่ใช่ลินแน่นอนครับแม่ต่าย”

“แล้วสร้อยจะหายไปได้ยังไง เมื่อก่อนบ้านเราไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ จนวันที่เธอเข้าอยู่ในบ้านเรา”

วรรณิตหน้าเสีย ทุกอย่างเกินความคาดหมาย...เธอสงสารลิลินแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แค่ท้วงศุภารมย์ว่าอย่าเพิ่งด่วนสรุปเลยดีกว่า

“ฉันเห็นเธอชอบเดินเข้าออกห้องโน้นห้องนี้อยู่เรื่อย วันนึงเธออาจเข้าไปในห้องหนูณิตแล้วเห็นมันวางอยู่...เธอเลยอดใจไม่ไหวใช่ไหมลิลิน”

“ไม่ใช่นะคะ ฉันไม่ได้เป็นขโมยจริงๆค่ะ”

“แต่เธอคือคนที่น่าสงสัยที่สุด”

“คุณแม่ครับ ผมว่าไม่ใช่คุณลินแน่นอนครับ...คุณลินเธอเพิ่งเข้ามาอยู่ในบ้านเรา แล้วอีกอย่างผมว่ามันผิดวิสัยของขโมย เพราะถ้าคุณลินขโมยไปจริงๆ เธอคงไม่บอกว่าตัวเองเป็นใครเพื่อให้คนอื่นจับได้หรอกครับ”

“วินกำลังเข้าข้างเธอเหรอ”

“ผมไม่ได้เข้าข้างใครครับ ผมแค่พูดไปตามเหตุผล... ไปเถอะคุณลิน”

“ฉันไม่ชอบพวกขี้ขโมย...ถ้าฉันรู้ว่าเป็นใครก็ย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้ได้เลย” ศุภารมย์ประกาศเสียงดังฟังชัด ทิวัตถ์ไม่สนใจลากลิลินออกไปตำหนิว่าไม่น่าเถียงแม่ต่ายอย่างนั้นเลย

“แล้วคุณจะให้ยอมรับว่าเป็นฉัน ทั้งๆที่ฉันไม่ได้ทำเหรอ ฉันรู้ว่าคุณต่ายคอยจับผิดฉันอยู่ แต่มาใส่ร้ายกันแบบนี้มันเกินไป”

“ลิลิน...ที่ผมไม่อยากให้คุณเถียงแม่ต่ายเพราะผมกลัวว่าท่านจะจับได้เรื่องคุณแกล้งโกหกว่าความจำเสื่อม”

“ฉันขอโทษ...จริงสิ คุณต่ายบอกว่าไปธนาคารมา คุณคิดว่าแม่คุณไปธนาคารทำไม”

“เรื่องจดหมายจากเจี๊ยบน่ะเหรอ”

ลิลินยอมรับว่าเธอคิดเรื่องนั้น ทิวัตถ์บ่นหนักใจไม่รู้ว่าเขานัดกันเมื่อไหร่ ลิลินเชื่อว่าเร็วๆนี้แน่

“ทำไมคุณคิดอย่างนั้น”

“ถ้าเจี๊ยบกลับมาเพราะไม่มีรองฯ ศัลย์แล้ว ฉันว่าเธอคงจะรีบใช้โอกาสนี้เอาเงินให้เร็วที่สุด”

ทิวัตถ์หมดคำถาม พยักหน้าเห็นด้วยกับลิลินแล้วเช้าวันถัดมาลิลินก็บังเอิญได้ยินศุภารมย์คุยกับอนันยชเรื่องข่าวของศัลย์

“ทุกคนเห็นข่าวรึยังครับ รองฯ ศัลย์ตายเพราะไล่จับพวกค้ายา...แหม...แกเลยกลายเป็นวีรบุรุษไปเลยนะครับ”

“แบบนี้มันก็ดีต่อทุกฝ่ายนี่”

“ถ้าอย่างนั้นผมก็ออกไปเที่ยวได้แล้วสิ”

“ยัง...ยังไม่ถึงเวลา”

“แล้วเมื่อไหร่ครับ”

“แม่บอกว่ายังก็ยังสิ”

“นี่เราต้องตัดขาดจากโลกภายนอกเหมือนตอนที่น้าต้อยตายอีกแล้วเหรอครับ”

“วัน!” ศุภารมย์ตวาดลูกชายพร้อมจิกตาปราม อนันยชเลยไม่กล้าพูดอะไรอีก ได้แต่เดินหงุดหงิดออกไป

ศุภารมย์มองตามตาขุ่นก่อนจะเหลือบเห็นลิลินยืนอยู่ไม่ไกล สองคนสบตากันครู่หนึ่งก่อนที่ลิลินจะตัดสินใจเดินเข้ามาหา

“คุณวันคงจะเครียดที่ต้องอยู่แต่ในบ้านน่ะค่ะ”

“ฉันชักจะสงสัยในการอยู่ถูกที่ถูกเวลาของเธอแล้วนะ”

“ฉันแค่อยากจะอธิบายเรื่องสร้อย”

“ก็ดี...ฉันเองก็นึกอะไรออกเหมือนกัน ใครจะไปรู้...เธออาจบอกความจริงว่าเธอเป็นนักร้องให้คนอื่นรู้เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าไม่ใช่ฝีมือเธอ”

“หมายความว่าไงคะ”

“ก็หมายความว่าที่เธอบอกเรื่องว่าตัวเองเป็นนักร้อง เพื่อจะบอกว่าขโมยที่ไหนจะบอกว่าตัวเองเป็นใคร อย่างที่เธอแก้ตัวเมื่อวานไง”

ลิลินนึกถึงคำพูดทิวัตถ์ที่ไม่อยากให้เธอเถียงแม่ของเขา เพราะกลัวท่านจะจับได้ว่าเธอโกหกเรื่องความจำเสื่อม จึงเลือกที่จะเงียบและทำเหมือนเสียใจดีกว่า แต่แล้วศุภารมย์กลับจี้จุดจนเธอชะงัก

“แล้วฉันเองก็ชักจะสงสัยว่าเธออาจจะไม่ได้ความจำเสื่อมอย่างที่เธอพยายามเล่นละครอยู่ตอนนี้”

ทันใดนั้นเสียงมือถือของศุภารมย์ดังขึ้นช่วยขัด

จังหวะให้ลิลินได้ทัน ศุภารมย์หยิบมันขึ้นมาเห็นหน้าจอไม่ระบุชื่อหรือเบอร์โทรศัพท์ มีข้อความประโยคเดียวว่า “เอาเงินไปให้ที่ตึกร้างตอนนี้ ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด!”

ศุภารมย์หน้าเปลี่ยนสี ลิลินสังเกตเห็นแกล้งถามว่า “เป็นอะไรรึเปล่าคะ สีหน้าดูไม่ดีเลย”

“ไม่สำคัญหรอก” ศุภารมย์ตัดบทแล้วเดินหน้าเรียบนิ่งออกไป ลิลินไม่เชื่อ คาดว่าต้องมีอะไรอย่างแน่นอน

หลังจากนั้นไม่นานลิลินก็ได้รับการติดต่อจากปรมัตถ์ว่าเขาพบเจี๊ยบแล้ว แต่เธอบอกว่าไม่ได้ส่งจดหมายขู่ขอเงินอะไรทั้งนั้น ลิลินตกใจเพราะเมื่อสักครู่ศุภารมย์เพิ่งหิ้วกระเป๋าเงินออกจากบ้าน เธอแน่ใจว่ามีคนแอบอ้างจึงรีบโทร.บอกทิวัตถ์ทันที

ทิวัตถ์ร้อนใจโทร.หาศุภารมย์ก่อนจะบึ่งรถตามไปที่โกดังเก่านอกเมือง...ปรากฏว่าเป็นนพกรที่มารอรับเงิน ศุภารมย์ต่อสู้สุดฤทธิ์ก่อนจะโดนนพกรทำร้ายจนสลบแล้วเอากระเป๋าเงินหนี ทิวัตถ์รีบพาศุภารมย์ส่งโรงพยาบาล ในขณ



ข่าวน่าสนใจ 10 อันดับ
1เด็กไทยครึ่งประเทศ ตกเลข เหตุผลเพราะ…?
2ประกาศเตรียมนำออกใช้ ธนบัตร100บาท รูป สมเด็จพระเทพฯ
3ครม.คุมราคาสินค้า 41 รายการ สบู่-แชมพู รอด!
4Tattoo ที่สามารถทด สอบน้ำตาลในเลือดได้ง่ายๆ
5ดวงประจำวันพุธที่ 21 ม.ค พ.ศ.2558
6โบลต์ อีวี รถต้นแบบ ใช้สมาร์ทโฟนแทนกุญแจ
7ดวงประจำวันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558
8วิธีคั้นมะนาวให้ได้ น้ำมาก-ไม่ขม
9มีเพศสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว
10เมืองน่านชวนเที่ยว งานรถถีบสยาม
ไปด้านบน
Facebook TVMANGO Twitter TVMANGO YouTube Channel RSS
ใช้เวลาในการโหลดหน้าเว็บ : 0.05 วินาที